Skip to main content

มหัศจรรย์แห่ง Focused Shock Wave

คลื่นกระแทก (shockwave) มีแหล่งกำเนิดคลื่นเคลื่อนตัวด้วยความเร็วเหนือเสียง โดยหน้าคลื่นอัดตัวเป็นลักษณะวงกลมซ้อนกัน ตามแนวทางการเคลื่อนที่ของแหล่งกำเนิดคลื่น แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ แบบไม่โฟกัสหรือแบบเรเดียล (radial) ซึ่งคลื่นที่ออกมาจะกระจายไปยังเนื้อเยื่อรอบๆ และแบบโฟกัส (Focus) คลื่นที่ออกมาจะลงลึกและตรงจุดมากกว่า โดยทางรีแฮปแคร์คลินิก เลือกใช้คลื่นการรักษาแบบ Focused Extracorporeal Shockwave therapy (fESWT) 
 

ภาพแสดงการลงของคลื่นพลังงาน shock wave แบบ Radial (บน) และ แบบ Focus (ล่าง) 

 

ยิง Focus Shockwave ทำให้เกิดอักเสบแล้วดียังไง ?

เครื่อง Focus shockwave หรือคลื่นกระแทก ใช้ในการรักษาอาการปวดเรื้อรัง มีกระบวนการรักษาที่ทำให้เนื้อเยื่อหรือบริเวณที่รักษาเกิดการอักเสบขึ้น โดยเป็นการอักเสบในระดับเซลล์ที่เล็กมากๆ ไม่เหมือนกับการอักเสบที่เกิดจากการใช้งาน การอักเสบจากการชน หรือแรงกระแทกต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้เกิดผลทางสรีรวิทยาดังนี้

1. เพิ่มการดูดซึมของเยื่อหุ้มเซลล์ (cell membrane permeability) หรือการแลกเปลี่ยนสารอาหารของเซลล์ และทำให้มีการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น
2. กระตุ้นการทำงานของเซลล์ (fibroblast) ซึ่งช่วยในกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
3. ทำให้เกิดฟองอากาศขยายและหดตัวในเนื้อเยื่อ ช่วยสลายแคลเซียมที่สะสมผิดปกติในเนื้อเยื่อ
4. ลดอาการปวดผ่านกลไกการลดปวดของร่างกาย ที่เรียกว่า gate control theory
 

การอักเสบที่เกิดขึ้นหลังการรักษาเป็นกระบวนการที่กระตุ้นให้ร่างกายเกิดการซ่อมแซมเนื้อเยื่อบริเวณที่มีการบาดเจ็บ ช่วยทำให้อาการปวดลดลงและยังช่วยคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้ออีกด้วย
 

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการอักเสบเกิดขึ้น อาจทำให้เกิดอาการระบมหลังการรักษาได้ โดยเฉพาะ 1-2 ครั้งแรก หากมีอาการระบมแนะนำให้ประคบเย็น 15 นาทีต่อครั้ง จำนวน 2-3 ครั้งต่อวัน สามารถทานยาแก้ปวดได้ (ไม่แนะนำให้ทานยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบ) และควรงดออกกำลังกายหรือใช้งานหนักบริเวณที่มีระบมอย่างน้อย 2 วันหรือจนกว่าจะหายระบม
 

โรคที่สามารถ รักษาได้ด้วย Focused Extracorporeal Shockwave therapy (fESWT)

1. การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เช่น อาการปวดคอบ่าไหล่ ปวดหลัง ปวดไหล่ บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา กลุ่มโรคออฟฟิศซินโดรม หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นต้น
2. การบาดเจ็บบริเวณเส้นเอ็น เช่น เอ็นข้อศอกอักเสบหรือ Tennis elbow รองช้ำหรือเอ็นใต้ฝ่าเท้าอักเสบ เอ็นร้อยหวายอักเสบ นิ้วล็อค เป็นต้น 
3. การบาดเจ็บของข้อต่อ เช่น ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder) เป็นต้น
4. โรคทางระบบประสาทส่วนปลาย เช่น ผังผืดข้อมือทับเส้นประสาท (Carpal tunnel syndrome) กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบหนีบทับเส้นประสาท (Piriformis Syndrome) เป็นต้น