Skip to main content

ปวดส้นเท้า

ปวดแบบไหนควรประคบร้อนหรือเย็น
Posted: January 11, 2024 By: adminrehabcare2Categories: Comment:  0

การใช้ประคบเย็น เพื่อลดอาการปวด

ควรใช้ในกรณีหลังมีการบาดเจ็บมาในช่วง 24 - 48 ชั่วโมงแรก หรือมีข้อบ่งชี้ว่าเส้นเลือดบริเวณนั้นมีการฉีกขาด หรือมีการอักเสบ ได้แก่ มีอาการปวด ร่วมกับการบวม แดง และร้อน ซึ่งความเย็นมีผลทำให้หลอดเลือดหดตัว เลือดออกน้อยลง การบาดเจ็บและการอักเสบจึงลดลงตามไปด้วย

อาการที่ควรประคบเย็น เช่น ปวดศีรษะ มีไข้สูง ปวดฟัน ปวดบวมข้อเท้า ข้อเคล็ด เลือดกำเดาไหล หรือ ปวดบวมบริเวณอื่นๆ ที่เกิดจากการได้รับบาดเจ็บหรือเริ่มมีอาการปวดในช่วงแรก

วิธีประคบที่เหมาะสม อาจใช้เจลสำหรับประคบเย็นแบบสำเร็จรูปหรือทำถุงน้ำแข็งขึ้นใช้เอง โดยใช้ถุงพลาสติกขนาดพอเหมาะ เติมน้ำเปล่าผสมน้ำแข็งในสัดส่วนที่เท่ากัน นำผ้ามาหุ้มอีกชั้น ตรวจสอบว่าไม่เย็นเกินไปโดยการนำมาประคบผิวหนัง ถ้าบริเวณที่มีอาการเป็นบริเวณมือ แขน ขา หรือเท้า อาจใช้การแช่ในภาชนะที่บรรจุน้ำเย็นแทน โดยประคบหรือแช่นานประมาณ 10
- 15 นาทีต่อครั้ง จำนวน 2 - 3 ครั้งต่อวัน

การใช้ประคบร้อน เพื่อลดอาการปวด

ประคบอุ่นนั้นสามารถกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้น เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่น ลดอาการเมื่อยล้า และยังส่งผลในการช่วยลดปวดได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำง่ายๆ ได้ด้วยตนเอง และหากทำควบคู่กับการยืดกล้ามเนื้อจะยิ่งมีประสิทธิภาพในการลดความปวดมากยิ่งขึ้น

อาการที่ควรประคบอุ่น เมื่อมีอาการปวดเมื่อย ปวดตึงของกล้ามเนื้อจากสาเหตุต่างๆ เช่น การนั่งทำงานเป็นระยะเวลานาน การนั่งขับรถต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือการยืนติดต่อกันเป็นเวลานาน สามารถประคบอุ่นได้ทุกบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อต่อ เช่น คอ-บ่า หลัง ขา เป็นต้น

วิธีประคบอุ่นที่เหมาะสม ประคบอุ่นในระดับความร้อนที่อุ่นสบาย ต้องไม่รู้สึกแสบผิวหรือไม่ร้อนจัดเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดผิวหนังไหม้พอง แนะนำประคบครั้ง 15 - 20 นาที วันละ 1 - 2 รอบ

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการประคบอุ่น

ไม่ควรประคบอุ่นในบริเวณที่มีอาการอักเสบ บวม แดง ร้อน มีแผลเปิด หรือผิวเป็นผื่น

อุปกรณ์ที่ใช้ในการประคบอุ่น

1. เจลประคบอุ่น หรือถุงน้ำร้อน โดยต้องห่อด้วยผ้าเพื่อให้ได้ความร้อนที่เหมาะสม ข้อดีคือ หาใช้ได้ง่าย ราคาไม่แพง แต่ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้

2. แผ่นประคบอุ่นไฟฟ้า เป็นการประคบอุ่นรูปแบบใหม่ข้อดีคือ สามารถควบคุมระดับความร้อนที่พอเหมาะได้ โดยแผ่นประคบอุ่นไฟฟ้าจะมีความร้อนคงที่ มีความสะดวกสบายในการใช้งาน ปลอดภัยสูงเพราะสามารถตั้งเวลาใช้งานได้ อายุการใช้งานนานสามารถประคบได้ทั่วถึงทุกส่วน แต่มีราคาสูงกว่าแบบถุงน้ำร้อน

เอ็นร้อยหวายอักเสบ ป้องกันและรักษาอย่างไร ???
Posted: July 12, 2021 By: adminrehabcare2Categories: Comment:  0

     สาเหตุการเกิดเอ็นร้อยหวายอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากการใช้งานซ้ำ และทำให้เกิดความเครียดต่อเส้นเอ็น เช่นการวิ่งที่มากเกินไป หรือวิ่งเพิ่มระยะทางและเวลาอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ปล่อยให้ร่างกายสร้างความคุ้นเคยเพื่อปรับตัว ขาดการยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่เพียงพอ กล้ามเนื้อน่องไม่แข็งแรง และตึงมากเมื่อออกกำลังกายทำให้เพิ่มแรงและความเครียดต่อเอ็นร้อยหวาย และนอกจากนี้ยังพบว่าคนที่มีกระดูกงอกบริเวณส้นเท้าจะทำให้เกิดการเสียดสีกับเอ้นร้อยหวายทำให้เกิดอาการปวด หรืออักเสบได้การรักษาเอ็นร้อยหวายอักเสบ


วิธีการรักษาเอ็นร้อยหวายอักเสบ

มีหลากหลายวิธี โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ผ่าตัดและไม่ผ่าตัด

1. รักษาโดยไม่ผ่าตัด

การรักษาเบื้องต้น ผู้ป่วยที่มีอาการเพียงเล็กน้อยและเกิดจากสาเหตุที่ไม่รุนแรง อาจบรรเทาอาการได้ด้วยการปฏิบัติตามหลัก RICE เพื่อช่วยลดอาการปวดบวมในเบื้องต้น ดังนี้

RICE

- Rest คือ การพัก โดยควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ก่อให้เกิดแรงต่อเส้นเอ็น และไม่ควรกดบริเวณนั้นจนกว่าอาการจะดีขึ้น หากผู้ป่วยสามารถลดแรงตึงตัวของเส้นเอ็นได้ จะทำให้อาการหายดีอย่างรวดเร็ว

- Ice คือ การใช้น้ำแข็งประคบ อาจใช้ถุงน้ำแข็งประคบบริเวณเส้นเอ็นที่อักเสบประมาณ 15-20 นาที โดยน้ำแข็งจะทำให้อาการบาดเจ็บและอาการบวมดีขึ้น

- Compression คือ การรัดด้วยผ้าพันแผล โดยรัดบริเวณเส้นเอ็นเพื่อลดอาการบวมและการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็นบริเวณนั้น แต่ไม่ควรรัดผ้าพันแผลแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก

- Elevation คือ การยกเท้าสูงกว่าระดับหัวใจ โดยอาจนอนราบบนพื้นแล้วนำหมอนมาหนุนเท้า ซึ่งจะสามารถทำให้เลือดไหลเวียนกลับเข้าสู่หัวใจและลดอาการบวมได้

อย่างไรก็ตาม หากดูแลตนเองในเบื้องต้นแล้วอาการไม่ทุเลาลงหรือทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ผู้ป่วยอาจต้องไปพบแพทย์ ซึ่งอาจต้องใช้วิธีอื่น ๆ ในการรักษาร่วมด้วย ดังนี้

- การรักษาด้วยการทานยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เช่น Ibupofen Naproxen เพื่อลดอาการปวดและบวม

- การฉีดยาคอร์ติซอล (Cortisone injections) เป็นการฉีดสเตียรอยด์ เป็นยาต้านการอักเสบ แต่จะมีผลทำให้เอ็นอาจจะมีการฉีดขาดได้

- การฉีด glyceryl trinitrate patches, prolotherapy, and aprotinin injections

การฉีด glyceryl trinitrate patches, prolotherapy, and aprotinin injections

- การทำกายภาพบำบัด เป็นวิธีบำบัดรักษาด้วยใช้การออกกำลังกาย เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของเอ็นร้อยหวายที่อักเสบ หรือใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อลดอาการปวด

การทำกายภาพบำบัด

2. รักษาโดยการผ่าตัด

เมื่อผู้ป่วยรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือเสี่ยงต่อการเกิดเอ็นฉีกขาด แพทย์อาจต้องผ่าตัดเพื่อรักษาเอ็นร้อยหวายบริเวณดังกล่าว

วิธีการผ่าตัด

- percutaneous tenotomies

ข้อบ่งชี้ : ระดับน้อยถึงปานกลาง

วิธีการ : ผ่าตัด Achilles tendon ผ่านผิวหนังลงไป ทำให้เอ็นมีความยาวเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาอาการปลายเท้าตก(Equinus feet)


- open excision of the degenerative tendon with tubularization

ข้อบ่งชี้ : ระดับปานกลางถึงรุนแรง


- tendon transfer (FHL, FDL, or PB)

ข้อบ่งชี้ : มีความเสื่อม >50% ของเอ็นร้อยหวาย, อายุมากกว่า 55 ปี และผล MRI บ่งชี้ว่ามีการหนาตัวของเอ็นร้อยหวาย


วิธีการป้องกันเอ็นร้อยหวายอักเสบ

o ยืดเหยียดร่างกายในตอนเช้าทุกวัน เพื่อยืดกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวาย และทำก่อนหรือหลังออกกำลังกายทุกครั้ง


o ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อส่วนน่อง เพื่อเพิ่มความเเข็งแรง ลดความตึงเครียดของเอ็นร้อยหวาย และช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้ดีขึ้น


o ปรับเปลี่ยนรองเท้าให้เหมาะสมเช่น หาแผ่นรองบริเวณส้นเท้ามาใส่ในรองเท้าเพื่อให้เอ็นร้อยหวายหย่อนตัวลง หรือใช้เป็นแผ่นรองบริเวณหลังเท้าที่ต้องเสียดสีกับขอบรองเท้า


o ปรับเปลี่ยนกิจกรรม งดเว้นการออกกำลังที่ต้องใช้เอ็นร้อยหวาย เช่น วิ่ง กระโดด หรือเดินทางไกล ให้หันไปใช้การออกกำลังที่ไม่ต้องใช้เอ็นร้อยหวาย เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเล่นกล้ามที่ไม่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อน่อง


วิธีการออกกำลังกาย

1. นำลูกบอล/ลูกเทนนิส  คลึงใต้ฝ่าเท้า 30-60 วินาที ทำ 5 รอบ

นำลูกบอล/ลูกเทนนิส คลึงใต้ฝ่าเท้า 30-60 วินาที ทำ 5 รอบ

2. นั่งเอาผ้าคล้องที่ฝ่าเท้า แล้วออกแรงดึงเข้าหาตัว นับค้างไว้ 15 วินาที ทำซ้ำ 5 รอบ 

นั่งเอาผ้าคล้องที่ฝ่าเท้า แล้วออกแรงดึงเข้าหาตัว

3. ยืดฝ่าเท้า โดยนำฝ่าเท้าวางตรงขั้นบันได หรืออิฐโยคะ  ดังรูป ยืนตัวตรง เหยียบให้มีความรู้สึกตึงๆ นับค้างไว้ 15 วินาที ทำซ้ำ 5 รอบ 

 ยืดฝ่าเท้า

4. ยืนหันหน้าเข้ากำแพง งอเข่า ข้างใดข้างหนึ่ง ไปด้านหลัง ฝ่าเท้าราบติดกับพื้น ส่วนขาอีกข้างให้งอเข่าเล็กน้อย ทำค้างไว้นับ 15 วินาที 

แล้วกลับมายืนตรง ทำซ้ำ 3-5 รอบ

ยืนหันหน้าเข้ากำแพง งอเข่า

5.  ยืนหันหน้าเข้ากำแพง เหยียดเข่าข้างใดข้างหนึ่ง ไปด้านหลัง ฝ่าเท้าราบติดกับพื้น ส่วนขาอีกข้างให้เหยียดเข่า ทำค้างไว้นับ 15 วินาที แล้วกลับมายืนตรง ทำซ้ำ 3-5 รอบ 

ยืนหันหน้าเข้ากำแพง เหยียดเข่าข้างใดข้างหนึ่ง

6. ยืนตรง แล้วค่อยๆเขย่งปลายเท้าขึ้นและลงช้าๆ ทำ 15 ครั้ง/รอบ จำนวน 3 รอบ 

ยืนตรง แล้วค่อยๆเขย่งปลายเท้าขึ้นและลง

7. ใช้ Foam roller ที่บริเวณน่อง ทำการไถไป-มา ทำ 10 ครั้งต่อ1รอบ ทำ 3-5 รอบ แล้วสลับข้าง

ใช้ Foam roller ที่บริเวณน่อง

จะเห็นได้ว่า วิธีการดูแลตัวเองในเบื้องต้นนั้นง่าย แต่ถ้าไม่แน่ใจหรืออาการไม่ดีขึ้น สามารถปรึกษากับทางรีแฮปแคร์คลินิกได้โดยตรง โดยทางคลินิกมีแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และนักกายภาพบำบัด คอยแนะนำให้คำปรึกษาได้ตลอด

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

ที่อยู่ : 423 ถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. (อยู่ในศูนย์กีฬากันอริ ก่อนถึงซีคอนบางแค) ? 061-801-2482 Line ID : @rehabcare