การบาดเจ็บของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเนื้อเยื่ออ่อนนั้นจะมีระยะฟื้นตัวแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บ ปัจจัยด้านสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย และการรักษาที่ได้รับ ทั้งนี้ ระยะเวลาการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บแต่ละประเภทอาจแตกต่างกันไป โดยทั่วไปสามารถแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้
1.การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ สามารถแบ่งตามระดับความรุนแรงดังนี้
- ระดับที่ 1 (ฉีกขาดเล็กน้อย): ใช้เวลาในการฟื้นตัวประมาณ 2-4 สัปดาห์
- ระดับที่ 2 (การฉีกขาดปานกลาง): ใช้เวลาในการฟื้นตัวประมาณ 4-8 สัปดาห์
- ระดับที่ 3 (การฉีกขาดรุนแรงหรือขาด): ใช้เวลาในการฟื้นตัวประมาณ 3-6 เดือน และในหลายกรณีจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด
2.การบาดเจ็บของเส้นเอ็น แบ่งออกเป็นหลายระดับตามความรุนแรง โดยมีระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกัน
- การบาดเจ็บเล็กน้อยหรือการฉีกขาดบางส่วน: ใช้เวลาในการฟื้นตัวประมาณ 4-6 สัปดาห์
- การฉีกขาดรุนแรงหรือขาด: ใช้เวลาในการฟื้นตัวประมาณ 3-6 เดือน และในบางกรณีอาจต้องได้รับการผ่าตัด
- การฟื้นฟูหลังการผ่าตัดซ่อมแซมเส้นเอ็น: การฟื้นตัวสมบูรณ์อาจใช้เวลา 6-12 เดือน ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง
3.การบาดเจ็บของกระดูก (กระดูกหัก) แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก โดยมีระยะเวลาการฟื้นตัวดังนี้
- กระดูกหักทั่วไป: ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 6-8 สัปดาห์ แต่การฟื้นฟูสมบูรณ์อาจใช้เวลานานกว่า
- กระดูกหักรุนแรง (ซับซ้อนหรือผ่าตัด) : ใช้เวลาในการฟื้นตัวประมาณ 3-6 เดือน

ตาราง แสดงระยะเวลาการฟื้นตัวของการบาดเจ็บแต่ละส่วน
.jpg)
ภาพแสดงตัวอย่างการทำโปรแกรมช็อคเวฟ (คลื่นกระแทก)
โดยหากเป็นการอักเสบของกล้ามเนื้อ เช่น กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง (myofascial pain) หรือ office syndrome จะใช้ระยะเวลาการซ่อมแซมฟื้นฟู 2-4 สัปดาห์ โดยการใช้โปรแกรมโฟกัสช็อกเวฟ เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและลดปวด 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ ร่วมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับระยะอาการตามที่นักกายภาพบำบัดแนะนำ
.jpg)
ภาพแสดงตัวอย่างการทำโปรแกรมเลเซอร์พลังงานสูง (high power laser)
ถ้าเป็นการอักเสบของข้อต่อหรือเส้นเอ็นระยะเริ่มต้นหรือเฉียบหลัน (acute phase) จะแนะนำทำโปรแกรมเลเซอร์เพื่อลดการอักเสบและเร่งกระบวนการซ่อมแซม 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ แต่หากเป็นการอักเสบแบบเรื้อรัง (chronic phase) จะแนะนำทำโปรแกรมโฟกัสช็อกเวฟ เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและลดปวด 1 ครั้ง/สัปดาห์ ต่อเนื่องประมาณ 4-6 สัปดาห์
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการฟื้นตัว
การฟื้นตัวจากการบาดเจ็บนั้นไม่เพียงแค่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการฟื้นตัว ได้แก่ อายุ สุขภาพทั่วไป โภชนาการ และการปฏิบัติตามโปรแกรมฟื้นฟูอย่างเคร่งครัด รวมถึงการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเร่งความเร็วของการฟื้นตัว
การทราบระยะเวลาการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บแต่ละประเภทจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเตรียมตัวและปฏิบัติตามแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง และเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
1. มีวิธีเร่งการฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บหรือไม่?
ตอบ : มีหลายวิธีที่ช่วยเร่งการฟื้นตัวได้ดังนี้
- พักผ่อนอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการใช้งานบริเวณที่บาดเจ็บมากเกินไป
- ทำกายภาพบำบัด เพื่อลดอาการตึงและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
- รับประทานอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูง เพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อและกระดูก
- ดูแลปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยการใช้น้ำแข็งและประคบร้อน ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ
2. การใช้ยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบมีผลต่อการฟื้นตัวหรือไม่?
ตอบ : ยาแก้ปวด (เช่น พาราเซตามอล) และยาลดการอักเสบ (NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน) สามารถช่วยลดอาการปวดและบวมได้ แต่ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะการใช้ยาต่อเนื่องนานเกินไปอาจมีผลข้างเคียง และอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีเกินไปจนใช้ร่างกายหนักเกินไปโดยไม่รู้ตัว
3.หากเคยบาดเจ็บแล้ว มีโอกาสบาดเจ็บซ้ำหรือไม่?
ตอบ : มีโอกาสบาดเจ็บซ้ำค่ะ โดยเฉพาะถ้ากล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือข้อต่อยังไม่แข็งแรงพอ ซึ่งการป้องกันที่ดีที่สุดคือ
- ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบบริเวณที่บาดเจ็บ
- ออกกำลังกายอย่างถูกต้องและหลีกเลี่ยงการใช้ร่างกายหนักเกินไป
- ปรับเปลี่ยนท่าทางการเคลื่อนไหวให้เหมาะสม
- เข้ารับการทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำของแพทย์
4. ควรใช้อุปกรณ์พยุง เช่น ผ้าพันแผลหรือเฝือกอ่อน นานแค่ไหน?
ตอบ : ขึ้นอยู่กับระดับของอาการบาดเจ็บ
- อุปกรณ์พยุงสามารถช่วยลดแรงกระแทกและป้องกันการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้บาดเจ็บเพิ่ม
- ไม่ควรใช้นานเกินไป เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนแอลงจากการไม่ได้ใช้งาน
- ควรใช้อุปกรณ์พยุงตามคำแนะนำของแพทย์ และเริ่มทำกายภาพบำบัดเมื่อเหมาะสม
กภ.เจนจิรา ทองจันทร์ (เฟิร์น)
References
Khan, K. M., & Maffulli, N. (1998). Tendon injuries: Basic science and clinical medicine. BMJ, 316(7133), 1038-1041.
Jarvinen, T. A. H., et al. (2005). Muscle injuries: Biology and treatment. American Journal of Sports Medicine, 33(5), 745-764.
Einhorn, T. A., & Gerstenfeld, L. C. (2015). Fracture healing: Mechanisms and interventions. Nature Reviews Rheumatology, 11(1), 45-54.
Fu, F. H., et al. (1993). Biomechanics of knee ligaments: Basic concepts and clinical application. Journal of Bone and Joint Surgery, 75(1), 171-182.